2006/Apr/16

เนื้องอกเป็นภาวะที่มีการเจริญขึ้นมาใหม่อย่างผิดปกติ โดยไม่มีความสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อปกติอื่น ๆ และการเจริญจะคงอยู่เรื่อยไป แม้จะกำจัดสิ่งที่มากระตุ้นแล้ว เซลล์ยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ โรคเนื้องอก (neoplasia) เป็นโรคหนึ่งที่ปัจจุบันพบจำนวนมาก และก่อให้คนและสัตว์เสียชีวิตปีละจำนวนมาก ซึ่งมีการเรียกชื่อแตกต่างกัน ทั้งเนื้องอก มะเร็ง หรือเรียกตามศัพท์ภาษาอังกฤษว่า benign malignant หรือ tumor cancer หรือ neoplasm ในปี ค.ศ. 1952 Willis ได้ให้ความหมายของคำเนื้องอก (neoplasm) ว่าหมายถึง เนื้องอกที่มีการเจริญขึ้นมาใหม่อย่างผิดปกติ โดยไม่มีความสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อปกติอื่น ๆ และการเจริญจะคงอยู่เรื่อยไป

โรคเนื้องอก จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

กลุ่มที่ 1 Benign neoplasm คือเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง หรือเนื้องอกธรรมดา ซึ่งมีการเจริญเติบโต หรือ งอกอย่างช้า ๆ ไม่เป็นอันตราย หรือไม่สามารถแพร่กระจายได้(metastasis)

กลุ่มที่ 2 Malignant neoplasm หรือ Cancer คือเนื้องอกที่ร้ายแรง หรือมะเร็ง ซึ่งมีการเจริญเติบโต หรือ งอกอย่างรวดเร็ว เป็นอันตราย หรือสามารถแพร่กระจายได้(metastasis) ไปเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะอื่น ๆ ได้ และสามารถทำให้คน หรือสัตว์ตายได้

ตารางเปรียบเทียบลักษณะของเนื้องอกธรรมดา และเนื้องอกมะเร็ง

คุณลักษณะ

เนื้องอกธรรมดา

เนื้องอกมะเร็ง

ขนาด

เล็ก หรือใหญ่

เล็ก หรือใหญ่

รูปร่าง

ส่วนมากมักจะกลม

ไม่แน่นอน

ขอบเขต

มีขอบเขตชัดเจน และ

มีเปลือกหุ้ม

ขอบเขตไม่ชัดเจน และและแทรกเข้าเนื้อเยื่อปกติ และไม่มีเปลือกหุ้ม

อัตราเจริญ

โตช้าอาจมีขนาดจำกัด หรืออาจหดเล็กลงได้

ไม่แน่นอน บางระยะโตช้า โดยเฉพาะช่วงแรก แต่ระยะท้ายมักโตเร็ว

การแบ่งตัวของเซลล์ (mitotic figure )

พบน้อย

พบการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ (abnormal mitotic figure )

ความรุนแรง

ไม่รุนแรง

มักจะร้ายแรง และ

การแพร่กระจาย

ไม่มี

มี

ลักษณะที่แตกต่างระหว่างเนื้องอกธรรมดา และมะเร็ง

ในการตรวจวินิจฉัย เราต้องสามารถแยกใช้ลักษณะของเนื้องอกทั้งชนิดเนื้องอกแบบธรรมดา ออกจากเนื้องอกชนิดร้ายแรง หรือมะเร้งให้ได้ เพื่อการรักษา และทำนายโรค (prognosis) ซึ่งมีหลักใหญ่ ๆ อยู่ดังนี้

1. ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเนื้อเยื่อ (Differentiation and anaplasia)

2. อัตราเร็วของการเจริญเติบโต (Rate of growth)

3. การเจริญอยู่เฉพาะที่และการบุกรุกไปสู่ที่อื่น ๆ (Local growth and invasion)

4. การกระจายไปอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อบริเวณอื่น (Metastasis)

ปัจจัยการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

1. หนทางที่จะแพร่กระจายไปจากแหล่งที่เกิดตอนแรก เป็นที่รู้ชัดแล้วว่า ก้อนมะเร็งที่เกิดในบริเวณที่มาท่อน้ำเหลือง และหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก มีโอกาสจะแพร่กระจายไปที่อื่น ๆ ได้มากกว่าบริเวณอื่น

2. ก้อนมะเร็งนั้นมีขนาด ความรวดเร็วในการเจริญเติบโต ก้อนมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ และโตเร็ว มักจะมีการแพร่ กระจายไปได้เร็ว

3.จำนวนของเนื้องอก

4.จำนวนเลือดที่มาเลี้ยงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ในแต่ละส่วนของร่างกายมีจำนวนมากน้อยแตกต่าง กัน โดยอวัยวะที่มีเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก โอกาสจะถูกแพร่กระจายได้มากกว่าอวัยวะอื่น ๆ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับ ม้าม ที่จะไม่ค่อยพบการแพร่กระจาย

5.การชักนำของฮอร์โมนต่าง ๆ

6.ภูมิต้านทานต่อก้อนมะเร็ง

สาเหตุของการเกิดมะเร็ง

สาเหตุการเกิดมะเร็ง ที่แท้จริงยังไม่มีการทราบ แน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในของร่างกาย สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ ปัจจัยภายใน เช่น กรรมพันธุ์ พันธุ์ อายุ เพศ ฮอร์โมน และสภาวะภูมิคุ้มกัน ส่วนสาเหตุจากปัจจัยภายนอก อย่างเช่น เชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี จะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงปัจจัยภายนอกที่มีผล

1. เชื้อจุลินทรีย์ พบว่ามีน้อยมากที่เชื้อจุลินทรีย์ อย่างเช่นแบคทีเรีย หรือโปรโตซัว จะก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ในส่วนของไวรัส พบมีไวรัสเกือบ 150 ชนิดที่พบว่าสามารถทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ และเชื้อราบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อราที่สร้างสาร aflatoxins

2. สารเคมี พบว่ามีสารต่าง ๆ มากมายที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ เช่น สารพวก hydrocarbones aromatic amines nitrosamines หรือพวก phenols เป็นต้น

3. กัมมันตรังสี เป็นตัวที่ทำให้เกิดมะเร็งได้แน่นอน โดยสารกัมมันตรังสีสามารถให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ก็ก่อให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน

ผลกระทบของเนื้องอกต่อร่างกาย

1. ขนาดที่ขยายใหญ่ของเนื้องอก จะไปกดทับอวัยวะข้างเคียง ถ้าหากเป็นอวัยวะ ที่สำคัญ ๆ เช่น สมอง หรือหัวใจ หรือ ปอด หรือระบบประสาท สามารถทำให้สัตว์ตายได้ แต่ถ้าหากเป็นอวัยวะที่สำคัญลดน้อยลง ก็จะไปมีผล ต่อการทำงานของอวัยวะ นั้นให้ผิดปกติไป

2.การทำหน้าที่เพิ่มขึ้น เช่นการสร้าง หรือหลั่งสาร หรือฮอร์โมน ที่เซลล์ หรือเนื้อเยื่อนั้น ๆ สร้างให้มีจำนวนมากเกินความต้องการ

3.ก่อให้เกิดอาการอื่น ๆ แทรกซ้อน เช่น ภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือเกิดการแพร่กระจาย ไปอุดตันอวัยวะ หรือตามที่ต่าง ๆ ดังนั้นความรุนแรงของเนื้องอกที่มีผลกระทบ ต่อร่างกายจะรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิด และตำแหน่งของเนื้องอกที่เกิดขึ้น

ลักษณะผิดปกติที่สำคัญของเนื้องอก

1. ลักษณะผิดปกติของนิวเคลียส ส่วนโครมาติน จะจับก้อนแน่นย้อมสีติดเข้ม ผนังหุ้มอาจมีความหนาบางไม่เท่ากันและเห็นขอบเขตเด่นชัด ส่วนนิวคลีโอลัส มีรูปร่างขนาดจำนวนแตกต่างกันโดยจะเห็นลักษณะเด่นชัดมากขึ้น โดยทั่วไป ลักษณะการที่พบเซลล์มีจำนวนนิวเคลียสมากกว่าปกติไม่ใช่เป็นข้อบ่งชี้ถึงความรุนแรงของเนื้องอก ลักษณะการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ เป็นข้อบ่งชี้ถึงความรุนแรงของเนื้องอกมากว่า ความผิดปกติของนิวเคลียสในเซลล์เนื้องอกจะปรากฎให้ตรวจพบได้ แต่โดยทั่วไปก็ไม่สม่ำเสมอ ในก้อนเนื้องอกทุกชนิด

2. ลักษณะความปกติของไซโตพลาสซึม จะมีน้อยลง

เนื่องจาก สัดส่วนของนิวเคลียสจะมีมากขึ้นกว่าทำให้เห็นลักษณะ ที่ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศ์ เป็นรูปร่าง ต่าง ๆ ของนิวเคลียส เซลล์เนื้องอกกระจายเด่นชัดมากกว่าเห็นขอบเขตของเซลล์ไซโตพลาสม

วิธีวินิจฉัยเนื้องอก

การวินิจฉัย และพยากรณ์โรคเนื้องอก การวินิจฉัยเนื้องอกว่าเป็นชนิดใด มีความจำเป็นต่อการพยากรณ์โรค และการให้การรักษา ว่าจะกำหนดวิธีการรักษาอย่างไร การวินิจฉัยสามารถปฏิบัติได้หลายวิธีเช่น การดูจากลักษณะภายนอก หรือกายวิภาค โดยการดูด้วยตาเปล่า การคลำ ก็สามารถปฏิบัติได้ แต่วิธีที่แน่นอน และน่าเชื้อถือที่มีการปฏิบัติอยู่อย่างเช่น

1. การตรวจชิ้นเนื้อ

เป็นการตรวจลักษณะชั้นเนื้อทางจุลพยาธิวิทยา (histopathology) ซึ่งเป็นวิธีที่มีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นวิธีต้องอุปกรณ์เครื่องมือยุงยาก และราคาแพง รวมทั้งต้องใช้ผู้ตรวจที่มีประการณ์จึงจะดำเนินการได้ดี

2. การตรวจเซลล์

ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยการใช้เข็มเจาะดูดเซลล์จากก้อนเนื้อ มาตรวจทางเซลล์วินิจฉัย มักใช้กับเนื้องอกที่มีลักษณะเป็นของเหลว ความถูกต้องแม่นยำ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างอื่น ๆ เช่นขั้นตอนการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ผู้ตรวจ เป็นต้น

3. วิธีอื่น ๆ

อาจจะใช้การตรวจโดยวิธีอื่นมาช่วย หริสนับสนุนการเกิด เช่น การตรวจฮอร์โมน หรือสารที่เนื้อเยื่อ นั้น ๆ สร้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจทางอ้อม

ส่วนการรักษาที่นิยมมีอยู่หลายอย่างเช่นการผ่าตัด การใช้รังสี หรือการใช้ยาสารเคมี หรือการใช้วิทยาการภูมิคุ้มกันรักษา ซึ่งการเลือกวิธีการรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง หรือเนื้องอกที่พบ ถ้าหากเป็นมะเร็งที่สามารถแพร่กระจายได้มักจะหลีกเลี่ยงวิธีการผ่าตัด

ขอบพระคุณข้อมูลจากสำนักนวัตกรรมการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น



หวังว่าจะเป็นความรู้แก่ผู้ที่ศึกษาและผ่านไปมาไม่มากก็น้อย

PS - Eyes On Me เวอร์ชันที่พาดาวันเล่นเปียโนให้ฟัง เพราะที่สุดแล้ว^^

Comment

Comment:

Tweet


หวัดดีคับ
กะลังจะสอบเรื่อง Cancer อยู่พอดี serch คำว่า neoplasia ก็เลยเข้ามาเจอบล็อคนี้ เก็บรายละเอียดไปได้เยอะเลย
แอบแวะอ่านหน้าอื่นด้วย
วายได้ใจมากเลยคับ 555+

ผมมี Game,Movies,OST FF ครบทุกแผ่น
ผมเล่นคีย์บอร์ดและเปียโน เพลงเกม และอนิเม
ผมมี single, allbum & Con TVXQ ครบ
ผมสะสม head phone, iphone, และเครื่องเกมคอนโซล
ผมเรียนสายไบโอ

ดีใจที่มีคนอยู่ซับเซตเดียวกันนะเนี่ย
อ่อ ผมเรียนอยู่ KKU เหมือนกันนะ



#5 by FriO (125.26.151.166) At 2008-07-13 11:56,
เพราะจับใข แอบโหลด
#4 by - LittleMonkey - At 2006-04-17 09:00,
อืม .. ได้สาระ เป็นประโยชน์มากเลยครับ ... อ่านคร่าวๆ เท่านั้นเอง .. ดูรูปมากกว่า .. เหอเหอเหอ หื่นซะไม่มี
ขอบคุณนะค๊าบ
บีนว่าบีนทำใจได้ละ
#2 by [ b e E n ] At 2006-04-16 21:59,
เหอๆ คอมผมมันเจ๊ง ฟังเพลงจากหน้าเว็บไม่ได้เลย
(นอกจากแฟลชและ real player)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะครับ
#1 by †หัวขโมย† At 2006-04-16 18:28,

BiO-EnterTainMent
View full profile