ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกคน หัวข้อธรรมในวันนี้ จะกล่าวถึงเรื่องของการรับบุญที่หลายคนอาจจะยังมีความกังขาอยู่ และอาจมีความเข้าใจผิดอยู่ในหลายๆ เรื่อง บุญ เป็นคำที่ใช้แทน สิ่งที่เป็นนามธรรมหนึ่งอันมีลักษณะเป็นกุศล เป็นเรื่องดี บุญเกิดจากการประกอบสิ่งที่เป็นกุศล ๓ ประการ ได้แก่ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ บุญมีหน้าที่ต่างๆ กัน และมีหลายวาระ ดังนั้นจึงไม่ควรโอดโอยรอแต่ผลบุญ ควรรีบเร่งสร้างบุญกันดีกว่า มาสร้างบุญกันเถอะ
ก่อนอื่นมารู้จักวิธีที่จะได้บุญกันก่อน ดังที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า บุญประกอบได้จาก ๑๐ อย่าง เรียกว่า
บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ( บุญ-ผลจากการประกอบกรรมดี + กิริยา-อาการที่แสดงออก + วัตถุ-สิ่งของ = บุญอันเกิดจากการปฏิบัติ และทานวัตถุ ) มี๑๐อย่าง
๑) ทานมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ทาน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุทาน ธรรมทาน ล้วนต้องประกอบด้วยภาวะเมตตาแห่งจิต ๓ วาระ คือ ก่อนให้มีเมตตา ขณะให้เต็มใจ หลังจากให้เกิดปิติในทาน เท่านี้การบริจาคสตางค์เพียงสลึงก็มีบุญมหาศาล
๒) ศีลมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ด้วยศีลหมายถึงความปกติ หากผู้ใดมีศีลก็เป็นคนปกติ ผิดศีลคือผิดปกติ
๓) ภาวนามัย บุญสำเร็จเร็จได้ด้วยการภาวนาจิต การภาวนามิได้หมายถึงการสวดมนต์เพียงอย่างเดียว หากหมายรวมถึงการทำจิตให้ผ่องใสหรือการทำงานที่ดีของจิต เช่น การยินดีกับบุญของผู้อื่น ทั้ง ๓ ข้อที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นบุญกิริยาวัตถุ ๓ ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจ เหลืออีก ๗ ข้อ เรามารับบุญต่อในภาคสองนะครับ ธรรมสวัสดี นิโรธ